ธรรมชาติของไวรัสมีโอกาสกลายพันธุ์ เพื่อต่อสู้กับวัคซีน และกระบวนการรักษา  

        อาจารย์ นพ.สุรัตน์ วรรณเลิศสกุล อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ หัวหน้าสาขาวิชา โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และรองผู้อำนวยการฝ่ายบริการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมอธิบายเบื้องต้นว่า “เราต้องเข้าใจธรรมชาติก่อนว่า โคโรน่าไวรัสเป็นไวรัสที่จัดอยู่ใน mRNA ไวรัส คือเป็นกลุ่ม RNA ไวรัส ที่มีสารพันธุกรรมชนิดหนึ่งเรียกว่า RNA  โดยธรรมชาติเขามีโอกาสกลายพันธุ์หรือการผิดปกติไปของสารพันธุกรรมโดยธรรมชาติเยอะกว่ากลุ่มเชื้ออื่น  อยู่แล้ว เมื่อเทียบกับไวรัสที่เป็น DNA ไวรัส ซึ่งกลุ่ม DNA ไวรัสจะมีโอกาสการกลายพันธุ์ค่อนข้างน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ RNA ไวรัส ดังนั้น โดยธรรมชาติของเขามีโอกาสกลายพันธุ์โดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการกลายพันธุ์ของเขาโดยธรรมชาติจะไปโดนบริเวณส่วนโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานของร่างกายหรือเปล่านั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง  

        สำหรับสิ่งที่เรากังวลกันอยู่ในสายพันธุ์ที่เราพูดกันว่าเป็นสายพันธุ์มาจากอังกฤษซึ่งมีการกลายพันธุ์ โดยในจุดที่เราห่วงกันก็คือการกลายพันธุ์ในจุดที่ไปทำให้โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมามันมีการกลายพันธุ์ตรงนั้นไปทำให้ภูมิต้านทานที่เราเคยมีอาจจะไม่สามารถยับยั้งหรือต่อต้านเชื้อนั้นได้  นั่นก็คือพอเกิดการกลายพันธุ์อาจจะมีความรุนแรงในการก่อโรคได้ใหม่ สามารถติดเชื้อได้ใหม่ แพร่กระจายได้เก่งกว่าเดิม 

        อย่างไรก็ตาม หลักฐานในปัจจุบัน สายพันธุ์ของอังกฤษที่เรากำลังพูดถึงกันว่ามีการกลายพันธุ์แล้วดูค่อนข้างน่ากังวลตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานการยืนยันว่าความรุนแรงในการก่อโรคเพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ อัตราการป่วย อัตราการตายยังเท่าเดิมในอังกฤษ แต่ความสามารถในการแพร่เชื้อเขาเยอะขึ้น ประมาณ 1.– 1.เท่า เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดิม ก็คือแพร่กระจายเก่งขึ้น แต่ยังไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงของโรคมากขึ้น และในประเด็นที่เรากังวลกันก็คือวัคซีนที่มีจะได้ผลหรือไม่ ดังนั้น วัคซีนที่ผลิตในปัจจุบันสามารถที่จะต่อต้านสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นได้  

        แต่ว่าข้อมูลทางวิชาการที่กล่าวไว้ว่าธรรมชาติของ mRNA ไวรัสกลายพันธุ์เก่ง เมื่อมีวัคซีนหรือ มีกระบวนการรักษาที่ดีขึ้น จะต้องติดตามต่อเพราะว่าเมื่อเกิดความกดดันในเชิงการรักษา ไวรัสเหล่านี้จะพยายามที่จะเอาตัวรอด พูดง่าย  เขาจะพยายามเอาตัวรอด ดังนั้น เขาจะพยายามกลายพันธุ์เพื่อต่อสู้กับยาหรือวัคซีน ในอนาคตเมื่อมีวัคซีนแล้วควบคุมโรคได้ ต้องตามต่อ อนาคตอาจจะเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ที่จะต้องฉีดวัคซีนกันทุกปี เพราะสายพันธุ์เปลี่ยนไปเรื่อย  แบบนั้นหรือไม่ ซึ่งต้องติดตามต่อ เมื่อใดก็ตามเมื่อมีกระบวนการรักษาเข้ามา มีวัคซีนเข้ามา เชื้อจะเรียนรู้ที่จะต่อต้านกับสิ่งที่รักษาที่ไปฆ่าเขา เช่น เขาอาจจะกลายพันธุ์แล้วสามารถต่อสู้กับวัคซีนได้ ดังนั้น ข้อมูลตรงนี้ต้องตามต่อ อาจารย์ นพ.สุรัตน์ กล่าว 

        ศาสตราจารย์ นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวเน้นย้ำอีกว่า ต้องเข้าใจตรงกันว่าเชื้อที่ก่อโรคในมนุษย์มีตั้งแต่ปรสิต มีตั้งแต่แบคทีเรีย เชื้อรามาจนถึงไวรัส ไวรัสเป็นอันที่เก่งที่สุดในการกลายพันธุ์อยู่แล้ว ดังนั้น คิดว่าโรคอุบัติใหม่ที่มันน่ากลัวก็คือโรคที่มาจากเชื้อไวรัส เพราะว่ามันมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าเป็น RNA ไวรัส มันง่ายมากในการเปลี่ยนตัวเอง แล้วมีคุณสมบัติต่างไปจากเดิมแล้วทำให้เกิดการระบาดขึ้น ศาสตราจารย์ นพ.ศิริเกษม กล่าว 

116 total views, 5 views today