เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดแถลงข่าวสื่อมวลชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร (ตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม 2569) โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2571–2575 มุ่งยกระดับการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “NU Wellness” เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจ พร้อมพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาวะ (Wellness Ecosystem) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน ณ ห้อง Main Conference อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร
รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกำลังเผชิญความท้าทายในหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการพิสูจน์สัญชาติ ต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้นจากมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ เช่น การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของสาร MOSH/MOAH ในน้ำมันรำข้าว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 20,000 บาทต่อตัวอย่าง รวมถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขับเคลื่อนแนวคิด “NU Fusion Engine” โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Science) และศิลปะ (Art) เข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาด้านสมุนไพร เกษตรกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ผสานกับเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ (Applied AI) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยดำเนินงานผ่าน 3 กลุ่มสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มุ่งเน้นการรักษา ฟื้นฟู และป้องกันโรค กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลสุขภาวะทางจิต การพัฒนาสังคม และการสร้างนวัตกรรมเชิงมูลค่า และกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นำระบบปัญญาประดิษฐ์และอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Devices) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพอัจฉริยะ
ในปีงบประมาณ 2570 มหาวิทยาลัยมีแผนปรับปรุงอาคาร Wellness Center ให้รองรับการบูรณาการการเรียนการสอนของคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและการให้บริการด้านสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย พร้อมทั้งนำร่องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงของนิสิต สนับสนุนการสร้างรายได้ของคณาจารย์ และผลักดันการวิจัยให้เกิดความต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดตั้งระบบส่งเสริมการนำสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ไปใช้ประโยชน์ในระดับนานาชาติ ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์และยกระดับผลงานวิจัยสู่เวทีสากล
เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยพร้อมขับเคลื่อน “NU Wellness” ภายในปี 2575 สู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัยและพัฒนาแนวหน้า (Research Frontier) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวคิด BCG Model ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เชื่อมโยงสู่เครือข่ายการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ พร้อมยกระดับศักยภาพของประชากรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างให้มีทักษะตามมาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคและประเทศ
![]()




