สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2567 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 (วันแรก)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2567 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 (วันแรก)

รายละเอียดข่าว
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2567 ระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอประชุมมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
     วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เฝ้ารับเสด็จฯ ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร
     โดยในปีการศึกษา 2567 มีผู้สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 6,053 คน ประกอบด้วยระดับปริญญาเอก จำนวน 150 คน ระดับปริญญาโท จำนวน 500 คน และระดับปริญญาตรี จำนวน 5,403 คน
     ในการนี้ ได้พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ให้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ไทคัง โอกิ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
     ทั้งนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาเอก โท และตรี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันแรก คือ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวนทั้งสิ้น 2,608 คน จาก 7 คณะ 1 วิทยาลัย ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย, คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน, คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, คณะแพทยศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์, และคณะศึกษาศาสตร์
     โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความตอนหนึ่งว่า “บัณฑิตเมื่อสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ออกไปประกอบอาชีพการงาน อาจจะได้พบว่า โลกแห่งการทำงานนั้นแตกต่างจากตำรับตำราที่ได้เล่าเรียนมาอยู่บ้าง และบางครั้ง ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวเหตุการณ์ที่ซับซ้อน หรืออุปสรรคปัญหาที่ท้าทาย ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณสมบัติสำคัญอย่างยิ่งที่บัณฑิตพึงมี คือ ความกล้าหาญ ทั้งกล้าที่จะพิจารณาเรื่องราวหรือปัญหา ทุกอย่างตามเป็นจริง แม้กระทั่งกล้ายอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตน เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้พัฒนา และแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตรงจุด ตลอดจนกล้าที่จะคิด พูด ทำ ในสิ่งที่พิจารณาแล้ว ด้วยใจเที่ยงตรงเป็นกลาง ว่าคือสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นคุณเป็นประโยชน์แท้แก่ตนเอง และส่วนรวมอาจกล่าวได้ว่า ความกล้าหาญนั้น คือการไม่ยอมปล่อยให้อคติ ไม่ว่าจะด้วยความรัก ความชัง ความขลาด หรือความเขลา มาขัดขวางยับยั้งตนเองไม่ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ บัณฑิต จึงควรฝึกตนอยู่เสมอ ให้เป็นผู้มีความกล้าหาญดังที่กล่าว จะได้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบ กิจการงานให้ประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดความดีความเจริญทั้งแก่ตนเองและชาติบ้านเมืองอย่างสมบูรณ์”
     มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายมุ่งสู่มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยระดับแนวหน้า (Frontier Research) โดยเน้นความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ในระดับชาติและนานาชาติ ที่จะส่งผลให้สังคมมีความก้าวหน้า และเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ให้เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญ ด้านการค้าการลงทุน ด้านโลจิสติกส์ การศึกษา การเกษตรปลอดภัย Smart Farm ยกระดับอุตสาหกรรมสินค้าและบริการ บนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์การแพทย์และสุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล อาทิ สถานสัตว์ทดลองเพื่อการวิจัย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านการเลี้ยงและใช้สัตว์จาก AAALAC International ได้รับการรับรองห้องปฏิบัติการ GLP Facility นอกจากนั้นยังมีโรงงานต้นแบบสำหรับการผลิตสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน มีความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ภายใต้การขับเคลื่อนจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม “Phitsanulok City Creative & Innovation District” มหาวิทยาลัยนเรศวรบรรลุผลสำเร็จในการยกระดับสู่มหาวิทยาลัยสุขภาพระดับ 5 ดาว AUN-HPN ในปี 2025 ด้วยการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพื้นที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาวะเชิงรุกอย่างเป็นระบบ สะท้อนศักยภาพองค์กรแห่งความเป็นเลิศในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน
     ความโดดเด่นของการตกแต่งดอกไม้และสถานที่พิธีพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้นำเสนอแนวความคิดภายใต้ผลงานที่ใช้ชื่อว่า “วิทยานุสรณ์บรมราชา ปฐมอยุธยา สุพรรณภูมิ” มุ่งสื่อสารให้บัณฑิตเกิดความซาบซึ้งและภาคภูมิใจในความเป็นไทย สร้างแรงบันดาลใจให้บัณฑิตรุ่นใหม่เห็นถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ของแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นยุคที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและมีการปกครองที่เป็นระบบ สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ ด้านความรู้ ศิลปะ ศาสนา และ การระลึกถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิษณุโลก ในยุคสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
     การจัดดอกไม้ตกแต่งพระราชอาสน์ในปีนี้ได้นำเอาจุดเด่นของวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดที่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเสด็จออกผนวชนานถึง 8 เดือน 15 วัน ในปี พ.ศ.2007 โดยในครั้งนั้นมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จมากถึง 2,348 รูป ได้นำลายปูนปั้นบน ปรางค์วัดจุฬามณี ได้แก่ ลายหงส์ ลายเทพพนม ลายครุฑ ลายบัว ลายก้านแหย่ง ลายเครือเถา และลายประจำยาม มาเป็นแนวทางในการตกแต่งดอกไม้และสถานที่ แสดงถึงความเป็นไทยแบบร่วมสมัย การสร้างบรรยากาศของวัง วัดและชุมชน จากลักษณะการปกครองในสมัยอยุธยาตอนต้น ที่เรียกว่าจตุสดมภ์ ใช้ฉากจำลองที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนต้น เช่น ซุ้มประตู หน้าบัน และศิลปะเชิงช่างของวัดจุฬามณี จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความรู้สึกสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ มีการนำไม้ไผ่ งานจักสาน งานหัตถกรรม เครื่องแขวนหรือดอกไม้ประดิษฐ์ มาประดับ โดยภายในงานได้ใช้โทนสีหลัก 2 สี ได้แก่ สีม่วงซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสีจากดอกเสลา ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยสีเหลืองทองที่สื่อความหมายถึง สติปัญญา ความสำเร็จ ความมั่นคง ความรุ่งเรืองแห่งแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งการรังสรรค์งานชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของ บุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร นิสิต ศิษย์เก่า และประชาชนในพื้นที่บ้านท่าโรงตะวันตก ตำบลวัดพริก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นชุมชนในบริเวณใกล้เคียงของมหาวิทยาลัยนเรศวร
« of 3 »

 

 

 

Loading

Share the Post:

Upcoming Event

🎓 หลักสูตรที่เปิดสอน
Secured By miniOrange