มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยคณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Pure and Applied Chemistry International Conference 2026 (PACCON 2026) ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้ นายสุรพิทย์ กีรติบุตร รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คนึงนิจ ภู่พัฒน์วิบูลย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อุทัย วิชัย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดงาน PACCON 2026 กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบโล่เกียรติคุณ แก่วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ได้รับรางวัลจากสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยฯ เจ้าภาพจัดการประชุมและผู้สนับสนุนการจัดการประชุม ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร
การประชุมวิชาการนานาชาติ PACCON 2026 เป็นการประชุมวิชาการด้านเคมีที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล นับเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีจากทั่วโลก รวมถึง ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดใหม่ ๆ ในสาขาเคมี รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “The Global Future of Chemistry with AI” นอกจากนี้ ยังได้รับความสนใจจากภาคเอกชน หน่วยงานด้านการวิจัย สภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้า เข้าร่วมการเสวนา เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ
การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Professor Dr. Svante Pääbo นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ร่วมบรรยาย ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า และผู้ร่วมบรรยายที่น่าสนใจอีกหลายท่านจากทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 คน รวมถึง ครูมัธยมศึกษาตอนปลายและนักวิจัยรุ่นเยาว์จากทั่วเอเชีย จำนวน 50 คน โดยมีการจัด Academic Session ด้านเคมี 12 สาขา และ Special Symposium 9 หัวข้อ พร้อมบูธนิทรรศการและกิจกรรมจากเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ซึ่งการจัดประชุมครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญ ในการยกระดับงานวิจัยด้านเคมีของประเทศไทยสู่เวทีโลก พร้อมผลักดันองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
![]()





