สารเคมีทางการเกษตร หากเลี่ยงไม่ได้ ควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

        เรื่องของการใช้สารเคมีทางการเกษตรจะถูกนำมาพูดถึงการอย่างต่อเนื่อง สารบางชนิดก็มีแนวโน้มที่จะถูกยกเลิกไม่ให้มีการนำมาใช้ในการเกษตร แต่ด้วยวิถีชีวิตการทำเกษตรซึ่งต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืช จึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันผลผลิตไม่ให้เสียหาย ประกอบกับผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการผลผลิตที่มีลักษณะสวยงาม ไม่มีร่องรอยการถูกทำลายจากศัตรูพืช และเกษตรกรมีความประสงค์ที่จะจำหน่ายผลิตผลให้ได้ในราคาสูง สารกำจัดศัตรูพืชจึงยังถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

สิ่งที่ควรทราบเป็นอันดับแรก เมื่อต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

        สิ่งที่ควรทราบ จะเป็นเรื่องของ “ความเป็นพิษของสารเคมี” ซึ่งไม่มีสารเคมีตัวไหนที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และทุกตัวมีพิษในระดับแตกต่างกัน อาจจะมีพิษน้อย มีพิษปานกลาง มีพิษร้ายแรง หรือมีพิษร้ายแรงมาก ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยงหากพบว่าเป็นสารที่มีพิษร้ายแรง

ช่องทางที่เกษตรกรมีโอกาสจะได้รับอันตรายจากสารเคมี

        กรณีที่อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมดิน จะมีการหว่านปุ๋ยโดยใช้มือ หากไม่ใช้ถุงมือก็มีโอกาสที่สารเคมีจะถูกผิวหนัง และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ ในขั้นตอนการผสมสารกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรจะตวงสารและเติมน้ำลงถังฉีดพ่น ซึ่งขั้นตอนนี้มีโอกาสที่จะสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง

        นอกจากนี้ กรณีการฉีดพ่นยากำจัดวัชพืช ยาป้องกันและกำจัดเชื้อรา ในขั้นตอนของการฉีดพ่นจะมีละอองของสารเคมีในอากาศ ซึ่งก็จะเคลื่อนที่ตามทิศทางลม หากเกษตรกรฉีดพ่นใต้ลมก็มีโอกาสที่ยาฉีดพ่นจะพัดมาสัมผัสที่ผิวหนังหรือเข้าสู่ทางการหายใจได้ ทั้งนี้ ควรจะต้องสวมถุงมือป้องกันหรือใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีในขณะที่ฉีดพ่นด้วย

อันตรายการที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมี

        ในกรณีสัมผัสสารกลุ่มยาฆ่าหญ้า “สารพาราควอต” เป็นที่ทราบกันดีกว่ายังมีการถกเถียงเกี่ยวกับการแบนสารตัวนี้ มันน่าสนใจตรงประเด็นความเป็นพิษของสารนี้ว่ามันก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้ใช้อย่างไร ซึ่งสารพาราควอตเป็นสารเคมีเป็นพิษที่ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้วัชพืชแห้งเหี่ยวและตายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง อันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ผิวหนังเป็นแผลพุพอง หากสัมผัสที่ตาก็จะทำให้ตาบวม แดง หรืออักเสบ คลื่นไส้เมื่อสูดดมหรือได้รับสัมผัสสารเข้าสู่ร่างกาย ปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน ท้องเสีย บางรายอาจมีอาการถ่ายมีเลือดปน ความดันโลหิตต่ำ หายใจไม่สะดวก ทำลายสมอง ส่งผลต่อเด็กและหญิงตั้งครรภ์ เสียชีวิต หากได้รับเพียง 1-2 ช้อน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษที่ร่างกายได้รับเข้าไป

        อย่างไรก็ตาม หากเรายังจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืช โดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือเลิกใช้ได้ เราจะทราบวิธีการปฏิบัติตัวขณะใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยมีวิธีดังนี้

        เริ่มจากขั้นตอนแรก เราจะต้องอ่านฉลากสารเคมีที่เราใช้ ซึ่งจะมีแถบสีและสัญลักษณ์ภาพบอกข้อมูลความเป็นพิษของสารเคมี เช่น สัญลักษณ์เครื่องหมายหัวกะโหลกกับกระดูกไขว้ จะมาพร้อมข้อความ “พิษร้ายแรงมาก” หรือเครื่องหมายกากบาท พร้อมข้อความ “พิษปานกลาง” นอกจากนี้ เราจะเห็นในฉลากแสดงข้อความวิธีปฏิบัติในการใช้สารเคมีดังกล่าว เช่น ขณะใช้และผสมสารเคมี จะต้องใช้หน้ากากปิดจมูกและปาก สวมถุงมือ ใส่รองเท้าบู๊ท

        นอกจากนี้ ก่อนที่จะใช้ถังฉีดพ่นสาร ควรตรวจสอบการรั่วของถัง ขณะที่ผสมหรือฉีดพ่นสารเคมีทุกท่านจะต้องดูแลตนเอง เช่น ใส่หน้ากากปิดจมูกและปาก สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท ห้ามรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา ข้อควรระวังคือ หากหัวฉีดถังฉีดพ่นสารอุดตัน ไม่ควรใช้ปากเป่าหัวฉีด ให้ใช้ไม้แคะเอาสิ่งอุดตันออก

        หลังจากฉีดพ่นเสร็จแล้ว ให้นำเสื้อผ้าแยกซักกับเสื้อผ้าปกติ และทำความสะอาดร่างกายทันที หากสารเคมีหกรดร่างกาย ให้ล้างด้วยสบู่และน้ำมาก ๆ ทันที ในกรณีสารเคมีเข้าตาให้ล้างน้ำสะอาดปริมาณมากประมาณ 10 นาที

เนื้อหาโดย

        – ผศ.ดร.ทศพล บุตรมี และ ดร.ฤดีรัตน์ มหาบุญปีติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

        – รายการสาธารณสุข สร้างสุข ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.30 – 19.00 น. สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร มน. F.M.107.25 MHz วิทยุเพื่อการศึกษาสร้างปัญญาสู่มวลชน

ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนวัยแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

6,138 total views, 137 views today