ทีมข้าวติดคอ คณะเภสัชฯ มน. คว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลงาน Nipple N    

ทีมข่าวพามาร่วมแสดงความยินดี กับผลงานนิสิตและอาจารย์ที่ปรึกษา จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อีกฟันเฟืองหนึ่งของทีม “ข้าวติดคอ” ที่ได้ร่วมทีมกับนิสิตวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร และนิสิตคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อคิดค้นผลงาน Nipple N ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบริเวณปานนม สารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลงานรองชนะเลิศอันดับ 1 ในโครงการประกวดโครงงานนวัตกรรมนิสิต ระดับปริญญาตรี ประจำปี 2563 พลังไอเดียทะยานสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ครั้งที่ 20 จัดโดย สถานบ่มเพาะวิสาหกิจ กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ล่าสุด ได้รับรางวัลชมเชย จากโครงการเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ ประจำปี 2563 (Research to Market : R2M 2020) ครั้งที่ 8 กิจกรรมที่ 4 การจัดประกวดการแข่งขันและนำเสนอผลงานโครงการเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (R2M 2020) อีกด้วย มาติดตามถามไถ่กันเลย

 

 

ความรู้สึกของอาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.ดร.ภก.อัษฎางค์ พลนอก หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (อาจารย์ที่ปรึกษา)

“ปกติเราก็ส่งเด็กประกวดกันอยู่แล้ว สร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยน จริง ๆ แล้วงานนี้ก็หลอกสองคนนี้มาทั้งหลอกลวง ทั้งบังคับให้มาจริงป่ะ (หัวเราะ) จริง ๆ ศาสตร์วิทยาศาสตร์เภสัชกรรม คือศาสตร์ที่ทำพวกยาเครื่องสำอางอาหารเสริม แต่ถ้าทำยาจะมีความซีเรียสขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าทำยาจะมีความซีเรียสเน้นความถูก ความแม่นยำมากขึ้นมากเยอะ ๆ มีข้อจำกัดแต่ละอย่าง แต่ถ้าเป็นเครื่องสำอางถ้าทำแบบเดียวกันแต่เน้นไปทางเชิง creative มากกว่า ความคิดสร้างสรรค์ ฉลากก็จะมีลูกเล่นมีสีสัน สมมติทำยาหม่องของเด็ก 2 ทีมนี้เด็กวิทยาศาสตร์เครื่องสําอางก็จะออกมาสีสดใส บอกสิ่งต่าง ๆ แต่ถ้าเป็นเด็กเภสัช จะต้องมีคำนั้น มีคำนี้อยู่ด้วยจะต่างกันตรงนี้ ก็ดีใจที่เด็กทำได้ เพราะว่าถ้าถามถึงว่าถึงคู่แข่งที่อยู่ในเวทีนั้นก็พอรู้ คณะอื่นเขาจะเป็นเด็กปี 3 ปี 4 เป็นส่วนใหญ่เลย ของเราเด็กปี 2 ไม่ได้เข้าแลปด้วยซ้ำไป กล้าขึ้นเวทีก็ดีใจแล้วครับ”

 

ความรู้สึกที่ผลงานได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ถ้าความรู้สึกตอนแรก ตกใจแอบตกใจนิดนึงที่ได้รับรางวัล แล้วก็ดีใจที่สามารถพัฒนาศักยภาพของเราที่จะทำให้เราได้รับรางวัล ก็ภูมิใจที่สามารถทำให้ตัวเองก้าวกระโดดไปอีกขั้นหนึ่งค่ะ”

 

ทำไมตั้งชื่อทีมว่า “ข้าวติดคอ” : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ก็ตอนแรก ในส่วนผสมก็มีเรื่องข้าวมาด้วย แล้วก็จะชูวัตถุดิบอันนี้แล้วก็อยากทำให้ชื่อทีมของเราเป็นที่จดจำของคณะกรรมการ หรือว่าหลาย ๆ คน ก็เลยชื่อทีมว่าข้าวติดคอค่ะ”

 

ที่มาของผลงาน Nipple N ผลิตภัณฑ์ลดรอยคล้ำบริเวณปานนม : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ตัวผลิตภัณฑ์แล้วก็มองเห็นปัญหาว่าเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เราไม่กล้าเอาออกมาพูดหรือว่ามาเปิดให้ใครดู แล้วก็เลยคิดถึงจุดนี้ แล้วก็นำตรงจุดนี้ไปค้นหาว่ามีใครที่แบบมีปัญหาเรื่องพวกนี้บ้าง แล้วก็ได้เห็นปัญหาหลาย ๆ อย่างซึ่งเขาไม่กล้าพูดออกมา แต่เขาจะเอาไปพูดตั้งเป็นกระทู้อะไร แล้วก็เลยเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ของเรา ก็จากที่เราเห็นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้หญิงแล้วก็แบบแม่บ้านเขาไปคุยกันเขาก็จะมีการยกเรื่องพวกนี้มาคุยกัน แล้วมันเป็นรสนิยมและความชอบส่วนตัวของผู้ชายบางคน เขาก็จะพูดถึงเรื่องปัญหาสีปานนมของแฟนของตัวเอง ก็จะทำให้ผู้หญิงเราเกิดความไม่มั่นใจค่ะ”

 

ความรู้สึกแรกที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

 

“ตอนแรกก็เขิน เราไม่ได้เปิดให้ใครดูเลย จริง ๆ เราไม่ต้องอะไรแบบนี้ก็ได้ ก็จะมีบางคนแบบเป็นความชอบส่วนตัวของเขาด้วย แล้วก็แบบของคุณผู้ชายหรือว่าของคุณผู้หญิง ก็อยู่ที่รสนิยมส่วนตัวของเขาค่ะ”

 

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผลงานฯ นี้ : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“อย่างหนูกับเพื่อนก็จะเรียนมาทางด้านนี้เลย หนูกับเพื่อนก็จะได้รับหน้าที่ในการทำตำรับในการทำตัวผลิตภัณฑ์นี้เลย ในเบื้องต้นเราก็ศึกษาว่าส่วนประกอบ มีความสำคัญยังไง ช่วยปรับสีผิวได้อย่างไร ทำงานอย่างไร แล้วก็ในเรื่องของด้านตำรับ ว่าเราจะทำตำรับแล้ว เราก็คิดสูตรทํา packaging ทำขึ้นมาให้เป็นเนื้อยังไง ให้เหมาะสมกับบริเวณปานนมอย่างไรค่ะ”

 

ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมในเบื้องต้น อย่างไรบ้าง : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ส่วนผสมหลักของเราก็คือเป็น Organic ธรรมชาติ 100% ส่วนผสมหลักก็จะมีหนึ่งคือกากถั่วเหลือง เราก็มีกากกาแฟแล้วก็มีน้ำมันรำข้าว ซึ่ง 3 อย่างนี้ ก็จะช่วยปรับสีปานนมให้ดูเรียบเนียนแล้วก็ขาวกระจ่างใสอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็ไม่มีสารตกค้าง คือเราทำผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของ stick เป็นแบบแท่งเพื่อที่จะให้สะดวกต่อการใช้งานค่ะ”

 

กระบวนการทำงานเบื้องต้นเป็นอย่างไรบ้าง : ผศ.ดร.ภก.อัษฎางค์ พลนอก หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (อาจารย์ที่ปรึกษา)

“เราคิดว่าตอนนั้นคือเราหาโจทย์มากกว่า เพราะว่าโจทย์แรกไม่ใช่โจทย์นี้ เป็นเรื่องอื่น แต่รู้แต่ว่าตั้งโจทย์ว่าเราจะใช้ผลิตภัณฑ์จากบ้านเรายังไง คือผลิตภัณฑ์ข้าว รำข้าว กากกาแฟ จะใช้เป็นอะไรได้ ที่จริงการตั้งโจทย์ว่าเรามีของอะไรก่อน ที่เป็นของเหลือใช้ทางการเกษตร จะไปทำอะไรต่อ โจทย์จะกลับทางไปหน่อยครับ

ที่จริง จริง ๆ การตั้งโจทย์นี้ไม่เหมาะ การตั้งโจทย์จะเป็นอย่างน้องเขาพูดว่ามันเป็น Pain Point ของผู้ใช้ไหมมากกว่า แต่ว่าตอนนั้นวิธีคิดเรา เราต้องมีของอยู่ด้วย เราต้องมีของมากพอ ถ้าออกมาได้แล้วมันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของเรา เอาเข้าจริง ๆ จุดสำคัญคือเขากล้าที่จะมาก่อนมากกว่า จริง ๆ ทีมที่เป็นเด็ก Cosmetic เด็กวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มี 3 คนคนนึงมาต่อไม่ไหว ซึ่งเราก็ไม่ว่าอะไร เรื่องปกติ คือหนูไม่เข้าใจหนูยังไม่ได้เรียน ซึ่งที่เหลือ 2 คนนะโอเคถือว่าใจสู้ละ เมื่อเทียบกับคณะอื่นปริญญาโท หรือเป็นปี 4 เขามีงานอยู่ในมือแล้วครับ”

ปัญหาอุปสรรคมีมากน้อยเพียงใด : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

 

“ปัญหาของเรา คือการตั้งโจทย์อย่างที่อาจารย์บอกเลย พวกเราคือเริ่มจาก 0 คือยังไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้อะไรยังไง เราก็ต้องมองเห็นจากปัญหามาก่อน แล้วก็อย่างเราเรียนด้านเภสัช คือเรายังไม่รู้ในด้านของเรื่องธุรกิจเลยว่าเราต้องมองอย่างนักธุรกิจนักลงทุน เราไม่ได้มองที่เราแค่อยากจะทำ เราต้องมองตรงนั้นด้วย แล้วก็เรื่องการศึกษาส่วนผสมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เราจะทำยังไงให้เป็น Organic แท้ ทำมาจากธรรมชาติแล้วก็เจาะกลุ่มตลาดแล้วก็มีลูกค้าเป็นฐานรองรับค่ะ”

แก้ปัญหาอุปสรรคอย่างไร : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“อย่างแรกเราก็ปรึกษาอาจารย์ แล้วก็เมื่อสิ่งที่เราไม่รู้ แล้วก็ไปศึกษาเพิ่มเติม หรือไม่ก็เหมือนเรื่องธุรกิจอาจารย์ก็จะแนะนำเรื่องการเรียนออนไลน์ จะมีหลักสูตร e-learning ที่ใช้สำหรับเป็นนักธุรกิจนักลงทุน ก็สามารถช่วยให้เรามองในมุมนี้ได้มากยิ่งขึ้น ก็คือเราก็จะเป็นคนที่มองเห็นปัญหาก่อนแล้วเราก็ไปหาว่าปัญหานี้มันเกิดจากอะไรและเราก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว แล้วก็มันจะช่วยให้เราเป็นคนที่มีความกล้าแสดงออก กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ ทั้ง ๆ ที่เราอาจจะยังอายุไม่ถึงหรือว่ายังมีความรู้ไม่มากพอ แต่เราก็สามารถพัฒนาตนเองให้ได้ไปในจุดที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ จากการที่ได้ทำผลิตภัณฑ์นี้ ก็ทำให้รู้แล้วว่าเราต้องศึกษาให้มาก ๆ เรายังไม่รู้เกี่ยวกับอะไรแล้ว ก็ต้องศึกษาให้มาก ๆ ศึกษาให้รู้ลึก รู้จริงค่ะ”

 

บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษา ในการดูแลนิสิตเมื่อพบปัญหา : ผศ.ดร.ภก.อัษฎางค์ พลนอก หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (อาจารย์ที่ปรึกษา)

“ปัญหามันเป็นเรื่องปกติ ยังไงก็ต้องเกิด เราต้องมองว่าจะแก้ยังไง เพราะบางทีถ้าเราซอยชิ้นเล็กลง แล้วค่อย ๆแก้ไปทีละชิ้นจะง่ายกว่า เพราะว่าตอนมองพวกผลิตภัณฑ์เหมือนกัน ตอนนั้นเราพยายามบอกว่าเราต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง เราแก้ปัญหาบางอย่างให้กับใครบางคนก็พอ ไอเดียก็ประมาณนี้เลย แก้ปัญหาบางอย่างเท่านั้นให้กับใครบางคนก็พอ ปัญหาหัวนมดำไม่ได้เป็นปัญหาของทุกคน ผมก็ดำ หลาย ๆ คนก็ดำ มันไม่เป็นปัญหาของเรา แต่บางคนจะเป็นปัญหา เราหาตรงนั้นได้เจอแล้วก็ถือว่าเก่งแล้วครับ”

 

มุมมองของอาจารย์ที่ปรึกษ ต่อโครงการฯ นี้ : ผศ.ดร.ภก.อัษฎางค์ พลนอก หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (อาจารย์ที่ปรึกษา)

“ที่จริงมันเป็นเวทีฝึก คัดคนของเราเองเพื่อไปแข่งกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ถ้าเราสามารถผ่านเวทีในระดับมหาวิทยาลัยได้แล้ว ก็เคยผ่านเวทีระดับภาคได้ ไประดับประเทศได้ เป็นต้น เด็กเรามักจะกลัวมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ พวกนี้ก็กลัว ในขณะที่ผมก็มองให้เราเปรียบเราไปแข่งกับคนเก่ง ๆ กว่าจะให้เราเก่งขึ้น มหาวิทยาลัยยิ่งใหญ่กว่าเรา ยิ่งมีชื่อเสียงกว่าเราก็อยากแข่งด้วย มันจะทำให้เราฮึกเหิม พูดตรง ๆ ผมก็จะกระตุ้นตลอด เราต้องสู้สิ หรือเพราะกว่าพวกนี้จะออกไปทำงานได้จริง ๆ เราต้องเข้าใจวงจรของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมันเร็ว มันเร็วมาก 5 – 6 เดือน อายุงาน 5 เดือน 1 ปี 2 ปี มันดรอปแล้ว วันนั้นสิ่งที่เห็นวันนี้ ต้องรีบเอาไปทำเลย แล้วก็บางทีมันหายไปละ 1 ปี 2 ปี ลองนึกถึงหลาย ๆ อัน แต่ก่อนนี้แทบจะตัดป่าทำอะไรนะ มะหาด เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ตอนนี้มีใครทำ มะหาด อีกไหม เงียบ อย่างนี้เป็นต้นครับ”

 

โครงการฯ นี้ เป็นอย่างไรบ้าง : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ได้ให้หลาย ๆ อย่าง คือหนึ่งก็คือให้คำปรึกษาที่ดี ก็คือเขาไม่ได้แบบว่าต้องทำอย่างนี้นะ แต่เขาจะบอกว่าเราควรทำอย่างไรแนวทางของเราควรไปทางไหน ควรปรับยังไง แล้วก็ได้เห็นของกลุ่มอื่นได้เห็นของเพื่อน ๆ พี่ ๆที่มาอยู่ในโครงการด้วยกัน เราก็สามารถนำข้อด้อย ข้อดี ของเขามาปรับปรุงในส่วนของเราด้วย จากการเข้าร่วมโครงการนี้ ก็ทำให้เรากล้าขึ้นเวทีกล้าพูดกล้าแสดงออกกล้าคิดค่ะ”

 

ผศ.ดร.ภก.อัษฎางค์ พลนอก หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (อาจารย์ที่ปรึกษา)

 

 

“เป็นโครงการที่ดี มันจะเหนื่อย เพราะว่าไหนจะต้องหาเงินหาทองมา ไหนจะต้องดูแลเด็กเด็ก ๆ มีเวลาดูแลมันต้องหาอาหารการกินให้กิน ต้องให้อิ่ม อยู่กันกลางค่ำกลางคืน เด็กต้องอิ่ม เจ้าหน้าที่ก็ต้องวิ่งหาข้าวของแล้วก็ต้องเตรียมหลายอย่าง มันมีปัจจัยเยอะมาก ที่จะให้คนที่ทำงานเหนื่อย เพราะว่ามันต้องทำงานนอกเวลา เพราะว่าเวลาปกติเด็กก็ต้องเรียน เด็กก็ต้องใจสู้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจกันทุก ๆ คน ต้องให้กำลังใจช่วยกันคิดช่วยกันทำครับ”

 

สิ่งที่ต้องการฝากถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณเพื่อน ที่ร่วมกันทำมาตั้งแต่แรก แล้วก็ขอบคุณพี่ แล้วก็เพื่อนอีก 2 คนที่อยู่ในทีมเดียวกันทำให้จนเรามีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมา แล้วก็เราประสบความสำเร็จตรงนี้ แล้วก็ขอบคุณพี่ ๆ ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมา ถ้าไม่มีเขา ก็อาจจะไม่ได้นำเสนอผลงานของเราค่ะ”

 

เหตุผลที่สนใจเรียนที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร : นางสาวสุรดา แซ่ย้าง และนางสาวอัชฉรีย์ ผกากรอง นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“สิ่งแรกก็คือ หนูเป็นคนที่ชอบในเครื่องสำอางอยู่แล้ว แล้วก็เครื่องสำอางก็คืออยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนอยู่แล้ว ในเรื่องบุคคลที่ศึกษาด้านนี้ก็ยังมีน้อย แล้วถ้าเราจบไปเราก็สามารถพัฒนาและสามารถทำให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จได้ ก็อย่างที่เพื่อนบอกว่าเครื่องสำอาง เราใช้ในชีวิตประจำวันกันอยู่แล้ว ไม่มีใครที่ไม่ใช้ เราก็มองเห็นถึงตรงนี้ ก็เลยเลือกที่จะมาศึกษาในทางด้านนี้ค่ะ”

 

ขอขอบคุณภาพจาก : เครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

26,896 total views, 133 views today