ตอนที่ 4 : นักวิจัยคณะสาธาฯ เตรียมร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจฯ วิเคราะห์ตลาดลูกอมสมุนไพรลดบุหรี่ 

    ทีมงานได้นำเสนอข้อมูลการศึกษาวิจัยลูกอมสมุนไพรลดบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้เดินหน้ามาถึงตอนสุดท้ายเป็นตอนที่ 4 กันแล้ว ในครั้งนี้ทีมงานได้ถามถึงการนำผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรลดการบุหรี่
จากหญ้าดอกขาว ออกสู่ท้องตลาดว่า จะหาซื้อได้จากช่องทางใดได้บ้าง เด็กสามารถอมผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ และช่วยทำให้เลิกบุหรี่ได้มากน้อยเพียงใด ติดตามจาก ผศ.ดร.ภญ.วธู พรหมพิทยารัตน์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กันเลย 

    คำถาม ผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรจากหญ้าดอกขาว เพื่อลดการสูบหรี่ 

    คือตอนนี้อย่างที่เราทราบกันอยู่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด – 19 ทุกอย่างชลอหมด แต่เป้าหมายที่จะทำก็คือ 1.จะมีอาจารย์ที่คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร มาช่วยในการวิเคราะห์ตลาด เพราะว่าเป้าหมายจะขายเหมือนจำหน่ายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ซึ่งเราคุยกับบริษัทแล้วว่าสิ่งนี้เราทำเพื่อตอบแทนสังคมมากกว่า ก็คือเหมือนกับว่าให้คนลดการสูบบุหรี่มากขึ้น โดยที่ว่า 1. เข้าถึงง่าย อย่างเช่น เราทราบอยู่ว่าลูกอมบริษัทเอเวอร์มอร์ เขาขายที่เซเว่นทุกที่อยู่แล้ว เราก็ทำให้ใครอยากได้ลูกอมสมุนไพรลดการบุหรี่จากหญ้าดอกขาวก็ไปที่เซเว่นได้  2.เป้าหมายเราจะไปตามคลินิกต่าง ๆ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ระดับโรงพยาบาลชุมชน จนถึงโรงพยาบาลศูนย์ คือให้มีทางเลือกในการที่จะใช้ลูกอมนี้ 

    คำถาม ในการศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรจากหญ้าดอกขาว เพื่อลดการสูบหรี่นั้น ผลล่าสุดสามารถบอกได้หรือไม่ว่า เมื่ออมผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว สามารถเลิกบุหรี่ได้จริง 

    ตอนนี้ที่ศึกษาเบื้องต้น จะดูผลของการอักเสบที่เป็นประสิทธิผลระยะยาว ส่วนจากลดเป็นเลิกนั้น ก็ต้องศึกษาต่อในโรงพยาบาลชุมชนต่อไป ซึ่ง้องดูความสมัครใจของคนด้วย ซึ่งจะเป็นการศึกษาต่อไป 

    จริง ๆ แล้ว ลูกอมที่ทำจะเป็นเหมือนไม่ถึงกับเป็นอาหาร เพราะว่าหญ้าดอกขาวไม่ใช่อาหาร  หญ้าดอกขาวเป็นยา ฉะนั้นตอนนี้เป็นเหมือนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนจากสมุนไพรอยู่ก้ำกึ่งระหว่างที่ไม่ใช่ยาและไม่ใช่อาหาร ซึ่งก็ไปอยู่ในกองผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ ผู้วิจัยมีความมุ่งหมายว่า จะทำผลิตภัณฑ์นี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร สามารถวางจำหน่ายได้ในร้านสะดวกซื้อทุกที่ แล้วก็อยู่ที่สถานีบริการของรัฐบาล สถานบริการต่าง ๆ ทั้งหมด  

    ถ้าสมมติว่าคนเข้าถึงง่ายแล้วก็ไม่มีผลเสียผลกระทบต่อร่างกายก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งในอนาคตก็จะศึกษาต่อว่า จะอมแค่ไหน ถึงระยะเวลาแค่ไหน จะต้องดูพฤติกรรมของคนด้วย และก็จะศึกษาระยะยาว  คนไหนที่อยากเลิกจริง ๆ ให้มาเข้าโครงการ แล้วก็จะดูว่าระยะเวลาแค่ไหนถึงจะเลิกได้ 

    ถ้าถามว่า จะกี่เดือน ก็ตอบไม่ได้ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาสูบบุหรี่มานานแค่ไหน เขาติดบุหรี่แค่ไหน  บางคนอย่างล่าสุดเราไปให้เขา เขาบอกว่าเขาเลิกเลย เขาไม่สูบบุหรี่สักมวนเลย วันหนึ่ง 10 มวน เขาใช้ลูกอมเรานี้หมดไปเลย แต่เขาก็บอกว่าเขาไม่อยากสูบบุหรี่แล้ว เขาแฮปปี้ อยากให้ทำต่อ” 

     คำถาม เมื่อเราพูดถึงคำว่าลูกอม แล้วสมมติในอนาคตข้างหน้าที่จะไปถึงร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ นั้น จริง ๆ แล้ว อันนี้จะต้องที่เรียกว่ามันไม่ใช่ของกินเล่น ในอนาคตข้างหน้ามันต้องไปอยู่ในเซเว่น หรือว่าควรอยู่ที่ร้านขายยา เพราะว่าลูกอมเด็กเข้าถึงได้ นั้น ในการศึกษามีข้อเสนอแนะอะไรไว้บ้างหรือไม่ 

    “คือจริง ๆ ตอนนี้ ถามว่าจุดหมายของตนเองก็คิดห่วงถึงเหมือนกัน เพราะว่าจะต้องศึกษาในเด็กด้วย แต่ว่าตอนนี้เราก็รู้อยู่แล้วว่าเด็กอายุต่ำมาก ไม่ใช่หลัก 10 แล้วที่ติดบุหรี่ หลักหน่วยก็มี เราอาจจะมีการเขียนติดข้างซอง อาจจะต้องกำชับกับที่ขายอยู่ว่า ต้องคนที่อายุ 12 ปี ขึ้นไป อาจจะมีคำเตือนไว้ แต่ถ้าในอนาคตบุหรี่มือใหม่จะเท่าไร เดี๋ยวเราจะต้องศึกษาต่อซึ่งตอนนี้เราอยากให้กลุ่มใหญ่ที่ต้องการมุ่งมั่นที่จะลดตรงนั้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีการศึกษาต่อ 

  

20,043 total views, 25 views today