คนรุ่นใหม่หัวใจลูกทุ่ง สู่วงดนตรีลูกทุ่งมหาวิทยาลัยนเรศวร “NU BAND”

         โครงการลูกพระฆเนศ เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่มีความรู้ความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม ประเภทขับร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ดนตรีไทยและดนตรีสากล รำและเต้น  (หางเครื่อง) ได้เข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมุ่งให้นิสิตที่เข้ามาศึกษาในโครงการฯ มีทิศทางในการทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนให้นิสิตรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรม และเป็นกลุ่มนิสิตที่เป็นแกนนำในการนำนิสิตภายในมหาวิทยาลัยให้กล้าแสดงออก สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย รวมทั้งเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมสู่ชุมชนและสังคม


         นางสาวพิมพร ม้าแก้ว นิสิตคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร หนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีลูกทุ่ง NU BAND ที่ร่วมสร้างสีสันให้กับมหาวิทยาลัย กล่าวว่าการก้าวเข้ามาเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ในโครงการลูกพระฆเนศ นับเป็นความภาคภูมิใจ เพราะได้ใช้ความสามารถพิเศษของตนเองที่สั่งสมมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษานำมาสานต่อ

         “ตัวหนูเองได้เข้ามาในด้านของการเป็นนักร้อง ซึ่งนักร้อง นอกจากเราจะได้โชว์ความสามารถ ภายในวงดนตรีของมหาวิทยาลัยแล้ว เรายังได้โชว์ความสามารถให้ทั้งบุคลากร อาจารย์ได้รู้ว่าเรามีความสามารถในด้านนี้ด้วย

         เสน่ห์ของบทเพลงลูกทุ่งไทยในมุมมองของตัวเอง คิดว่าเสน่ห์ก็มีหลากลายมาก สะท้อนให้เห็นภาพทางสังคม  ภาษาสละสลวย การใช้คำ มีการเล่นคำมีลูกเอื้อน ทำให้ดูเป็นภาษาที่มีความสวยงาม ส่วนตัวหนูก็มีแม่ผึ้งเป็นต้นแบบมาตั้งแต่เด็กๆก็เลยเริ่มหัดร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่สมัยประถม

         พอได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ หนูรู้สึกภูมิใจในโครงการลูกพระฆเนศมาก เพราะทำให้เราได้ฝึกความสามารถตัวเอง ฝึกทักษะ ในด้านต่างๆอย่างเช่นเราร้องเพลงเป็น เราก็สามารถฝึกให้ตัวเองเต้นเป็น บุคลิกภาพ ได้ทุกๆอย่างที่ตัวเรายังมีข้อบกพร่อง

         ในฐานะของพวกเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่สืบสานวัฒนธรรมไทยมาตลอด อยากให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจในเพลงลูกทุ่งไทย เพราะเพลงลูกทุ่งไทยในสมัยนี้ก็ไม่ได้เชย ส่วนมากคนรุ่นก็จะสนใจในเรื่องเคป๊อบ เพลงร็อค อยากให้เข้ามาลองสัมผัส เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งไทยกันบ้าง”


         ด้านนายกฤตขจร มั่นแย้ม  จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร  ตัวแทนนิสิตจาก โครงการผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านศิลปวัฒนธรรม(โครงการลูกพระฆเนศ) มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า นอกจากด้านของนักร้อง อีกด้านหนึ่งก็จะเป็นด้านของนักดนตรี ทุกเครื่องดนตรีก็สามารถมาสอบได้ ทั้งลูกทุ่งสตริงก็จะมีหลากหลายแนวในวง ซึ่งจะมีการจัดแข่งขันภายในมหาวิทยาลัยขึ้นมา

         “ส่วนตัวผมก็อยู่ในด้านหางเครื่อง การก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ  ที่สำคัญนอกจากจะฝึกทักษะของพวกเราแล้ว ยังช่วยในเรื่องทางด้านสังคม สอนให้เราทำงานร่วมกับคนหมู่มาก อยู่กันแบบครอบครัว มีความอบอุ่น ทำให้พวกเราทุกคนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำงานได้อย่างมีความสุข

         เสน่ห์ของบทเพลงลูกทุ่งไทย ผมมองว่าสะท้อนภาพชีวิตได้เยอะกว่าเพลงสตริงทั่วไป  เพราะผู้ประพันธ์จะสรรหาคำที่สละสลวยมาเป็นส่วนประกอบในเพลงนั้นๆ และเรียบเรียงดนตรีได้ดี  มันมีรายละเอียดเยอะกว่าเพลงสตริงทั่วไปที่เคยฟังมา เพลงลูกทุ่งจะชัดถ้อยชัดคำ ทำให้ทุกอย่างมันออกมาเป็นเอกลักษณ์ของไทย”

——————————————————-

ขอขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก : ฝ่ายโสตฯ องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร